สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


Close Panel

ข่าวประชาสัมพันธ์..

Bike อุ่นไอรัก จังหวัดเชียงใหม

ประชุมขับเคลื่อนงานสสว.10 (7ธ.ค6

พิธีเจริญพระพุทธมนต์

ติดตาม แปลงผัก ฮักคุณ#2

ขับเคลื่อนงานศูนย์บริการวิ

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา 27พ.ย6

ประกาศผู้ชนะราคา 26 พ.ย 61

ประกาศผู้ชนะราคา 19พ.ย61

ชนเผ่าลีซู

เขียนโดย thawat
พิมพ์อีเมล


ลีซอหรืออีกชื่อหนึ่งว่าลีซู  ลีซูมีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ต้นแม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขง ได้อพยพไปอยู่ที่ ยูนานในจีน ต่อมาได้อพยพเข้าในพม่า และเข้ามาอยู่ทางแถบเหนือของประเทศไทย เมื่อประมาณ ๖๐ ปีมานี้ ประชากรลีซอที่อยู่ในประเทศจีนมีราว ๕๐๐,๐๐๐ คน ในประเทศพม่า ๒๕๐,๐๐๐ คน และในประเทศไทย ๓๒,๐๐๐ คน ส่วนมากแล้วชาวลีซูอาศัยอยู่ในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงรายและเพชรบูรณ์

การแต่งกายของเผ่าลีซู
เสื้อผ้าสตรีมีลักษณะคล้ายเสื้อคลุม ผ่าเฉียงจากคอลงไปถึงเข่าแทนกระโปรง ส่วนใหญ่ใช้สีฟ้าสดใส ช่วงแขนที่ยาวลงมาถึงข้อมือขลิบผ้าสีดำที่ริมชาย ตรงคอและไหล่ขลิบด้วยสีแดงชมพู คาดเป็นลายสวยงาม ที่เอวใช้ผ้าสีดำคาดเป็นเข็มขัด ส่วนชั้นในสวมกางเกงขายาวไว้เสมอ ตรงขอบกางเกงขลิบด้วยสีดำหรือสีม่วงและลายอื่น ๆ เสื้อลีซูหญิงมักใช้สีที่ดูเด่นเสมอ ส่วนเครื่องแต่งกายบุรุษสวมเสื้อคอกลมสีดำ ผ่าอกด้านขวาทับด้านซ้ายเป็นแนวเฉียงปักลวดลายสีขาวที่หน้าอก และประดับด้วยกระดุมสีเงินตามไหล่และคอ กางเกงขายาวเป้ากว้างสีดำ มีแถบตรงปลายขาสีฟ้า 
ภาษาของเผ่าลีซู
ภาษาลีซูอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับภาษามูเซอและอีก้อ ซึ่งกลุ่มนี้รวมเรียกว่า “โลโล” (Loloish) ภาษากลุ่มโลโลมีความสัมพันธ์กับกลุ่มภาษาพม่า (Burmish) จึงรวมเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นเรียกว่า กลุ่มพม่า-โลโล (Burmese-Lolo) และกลุ่มภาษาพม่า-โลโลมีความสัมพันธ์กับภาษาธิเบต (Tibetan) จึงรวมกันเข้าเป็นตระกูลภาษาใหญ่ธิเบต-พม่า (Tibeto-Burman) อีกทีหนึ่งนอกจากนี้ นักภาษาศาสตร์ส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า ตระกูลภาษาใหญ่ทิเบต-พม่ามีความสัมพันธ์กับภาษาตระกูลใหญ่จีน (Sinitic) จึงรวมกันเข้าเป็นตระกูลภาษาใหญ่ที่เรียกว่า จีน-ธิเบต (Sino-Tibetan) ด้วยภาษาลีซออยู่คนละตระกูลภาษากับภาษาไทย จึงแตกต่างจากภาษาไทยมาก ลักษณะภาษาลีซอได้แก่ทำนองเสียง ประโยคลีซอที่มีข้อความเดียวกัน ถ้าเป็นประโยคคำถาม จะใช้เสียงตกตรงท้ายประโยค แต่ถ้าเป็นประโยคอื่น ๆ อาทิ ประโยคบอกเล่า, ประโยคปฏิเสธ ฯลฯ ทำนองเสียงจะราบเรียบ อาทิ ประโยคคำถาม, ประโยคชนิดอื่นๆ

ประเพณีและวัฒนธรรม
ประเพณีการเกี้ยวสาว กล่าวการ่าความสุขที่ถือว่าสุดยอดของลูกผู้ชายชาวลีซู คือการดื่มเหล้า กินอาหารและได้เกี้ยวสาว ดังคำโคลงบทหนึ่งของลีซูว่า “ ผีเผ่อต่อ  ซาเหย่ต่อ  จ่าจํะ  ตูบี่ขะ” ( ดื่มสุราจิบน้ำชาสรรหาอาหารร่วมรักสาวสะคราญ ) ดังนั้นในหมู่บ้านของลีซูจึงไม่ค่อยมีใครครองโสดได้นานถึง ๓๐ ปีเลย หนุ่มสาวลีซูอายุ ๑๔- ๑๖ ปี จะเริ่มรู้จักการเกี้ยวพาราสีและแต่งงานกันแล้ว การเกี้ยวสาวของหนุ่มลีซูมักจะเริ่มขึ้นที่บริเวณครกกระเดื่องตำข้าวกลางลานบ้าน หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว โดยหญิงสาวลีซูจะสะพายกระบุงข้าวมาตำรอคอยชายหนุ่ม เสียงสากกระทบกับครกไม้ดังแว่วในหมู่บ้าน ทำให้จิตใจของหนุ่ม

ลีซูกระสันหาสาวหยิบเอาซือบือ หรือซึงคู่ใจมาดีดเป็นเพลงเดินตรงไปหาสาวทันที ประเพณีลีซู มีข้อห้ามมิให้เกี้ยวสาวภายในบริเวณบ้าน เพราะเป็นการผิดผีบ้านผีเรือน หรือหากมีพ่อแม่ หรือพี่ชาย หรือญาติของฝ่ายหญิงที่เป็นผู้ชายตลอดจนผู้อาวุโสอยู่ในบริเวณนั้น ก็ห้ามเกี้ยวพาราสีหญิงสาวโดยเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติไม่เคารพกัน นอกเสียจากว่าญาติทางฝ่ายหญิงสาวจะเป็นผู้หญิงเท่านั้น จึงจะเกี้ยวสาวได้การนัดพบพูดคุยกันของหนุ่มสาวลีซู เมื่อมีโอกาสก็จะนัดพบกัน ณ สถานที่ใกล้หมู่บ้านหรือบริเวณครกตำข้าว หรือเวลาไปไร่ ไปร้องเพลงโต้ตอบกันเป็นกลุ่มหนุ่มลีซูมักกล่าวเสมอว่า “งัวะ อะ สี หมะ หยัวะ งัวะ งี มา เถ่ มา หยัวะ” ( ผมไม่มีอะไรอื่นนอกจากหัวใจดวงเดียวเท่านั้น ) การเกี้ยวพาราสีกัน หากหญิงสาวไม่พึงใจผู้ชายจะจับต้องหรือล่วงเกินไม่ได้ แต่หากพึงใจต่อกันความสัมพันธ์ก็อาจจะไปถึงขั้นได้เสียกันก่อน ซึ่งลีซูก็จะไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสียหาย หรือละอายต่อสังคมแต่ประการใด

 

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 เชียงใหม่

ที่ตั้ง :: บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทร. 053-112485-6 โทรสาร. 053-112491

Website :: http://www.tpso10.org  Email :: tpso10@m-society.go.th  Facebook :: TPSO10 Chiang Mai