สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


Close Panel

ข่าวประชาสัมพันธ์..

ประกวดผู้ชนะการเสนอราคาซ่อ

วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำป

ประกวดราคาจ้างปรับปรุงซ่อม

เผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้า

ประชุมเตรียมความพร้อม จ. น่า

รัฐมนตรีตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.

รัฐมนตรีตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.

ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้า

ชนเผ่าอาข่า

เขียนโดย thawat
PDFพิมพ์อีเมล

อีก้อเรียกตัวเองว่า "อะข่า" ไทย ลาว และพม่า เรียกว่า "อีก้อ" มีถิ่นเดิมอยู่ในมณฑลยูนนาน ของประเทศจีน และได้อพยพเข้ามาอยู่ในเมืองไทยเมื่อประมาณ 60-70 ปีมาแล้ว เข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุดใน จังหวัดเชียงราย

วิถีชีวิตและภาษา
- การแต่งกาย
ผู้ชายอีก้อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สวมกางเกงสองหน้าขายาวสีดำ สวมเสื้อแขนยาวทรงกระบอกผ่าอกปล่อยชายแค่เอว ผู้ชายที่ยังไม่แต่งงานจะติดกระดุมเงินตามเสื้อสวม กำไลคอและข้อมือ ส่วนผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะไม่ใส่เครื่องประดับ ทรงผมทุกคนจะโกนผมรอบศีรษะทำเป็นจุกปล่อยยาวไม่ถักเปียและใช้ผ้าดำพันรอบศีรษะ
ผู้หญิงอีก้อเปลี่ยนไปตามวัยเมื่ออายุมากเครื่องประดับก็มากขึ้น ผู้หญิงจะนุ่งกระโปรงสั้นสีดำมีจีบรอบตัวรอบเอว สวมเสื้อแขนยาวสีดำ มีกระดุมเงิน หญิงสาวจะมีผ้า คาดเอวปล่อยชายลงสองข้าง ใช้ผ้ารัดหน้าอกแทนยกทรง ที่แข้งใส่ปลอกผ้าสลับสีสวมหมวกทรงต่ำตลอดเวลา ส่วนผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะสวมหมวกทรงสูงกว่า

 

- ภาษา
ภาษาอีก้อจัดอยู่ในตระกูลภาษาธิเบต-พม่า ลักษณะภาษามีความคล้ายคลึงกับภาษามูเซอและลีซอ ไม่มีตัวหนังสือใช้

- ลักษณะการตั้งถิ่นฐาน
หมู่บ้านอีก้อมักตั้งอยู่บนไหล่เขาสูง มีพื้นที่กว้างขวางเพื่อใช้เป็นที่ชุมนุมและประกอบพิธีกรรม และ อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีน้ำตลอดปี ไม่นิยมอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านใหญ่ จะแยกไปตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่มๆ ขนาดของหมู่บ้านมี 10-15 หลังคาเรือน แต่ละหมู่บ้านจะตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 3-4 กิโลเมตร การปลูกสร้างบ้าน จะปลูกยกพื้นโดยใช้ไม้ไผ่ เป็นส่วนใหญ่ บ้านของหัวหน้าเผ่าจะอยู่ตรงกลางหมู่บ้าน และทางเข้าหมู่บ้านจะมี ประตูซึ่งตั้งขึ้นตามความเชื่อของชาวอีก้อทำเป็นรูปดาบบ้าง ลูกศรบ้างโดยมีความเชื่อว่าผีหมู่บ้าน ของตนใช้ดาบ หรือลูกศรนี้ต่อสู้กับบรรดาผีร้ายนอกหมู่บ้าน อีกประตูเรียกว่า "ลกข่อ" สร้างด้วยท่อนไม้ใหญ่ทำเป็นเสา 2 ข้างพาดบนอีกหนึ่งท่อน ในงานปีใหม่ทุกๆ ปี จะสร้าง ประตูเพิ่มขึ้น 1 ประตู เราจะทราบอายุของหมู่บ้านจาก จำนวนประตู

ระบบครอบครัว
อีก้อมีลักษณะครอบครัวแบบขยายทางฝ่ายชาย คือเมื่อบุตรชายแต่งงานจะนำภรรยาเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านด้วย แต่การหลับนอนกับภรรยานั้นจะหลับนอนกันในบ้านหลังเล็ก ซึ่งสร้างไว้ด้านหลังบ้านของบ้านหลังใหญ่ หากมีลูกชายหลายคนก็มีบ้านเล็กหลายหลัง โดยทั่วไปผู้ชายอีก้อมีอำนาจเหนือภรรยา จะแยกกันกินข้าว โดยผู้ชายจะกินข้าวหน้าบ้าน ส่วน ผู้หญิงกินข้าวหลังบ้าน รวมถึงการแยกที่นอนระหว่างสามีกับภรรยา ซึ่งสามีอาจจะไปนอนกับภรรยาได้แต่ภรรยาไม่มีสิทธิ์มานอนกับสามี
อีก้อมีสถานที่สำหรับนั่งคุยพรอดรักกันในเวลากลางคืนเรียกว่า "ลานสาวกอด" เป็นลานกว้าง มีขอนไม้ใหญ่วางอยู่ 3-4 ท่อนใช้เป็นที่นั่ง หญิงสาวจะนั่งปั่นฝ้ายเป็นเส้นด้าย คอยชายหนุ่มอยู่บนขอนไม้เมื่อชายหนุ่มรักใคร่พอใจหญิงใดก็จะเข้าไปกอดหญิงนั้น ถ้าผู้หญิงไม่พอใจก็จะลุกหนีไป การได้เสียกันต้องแล้วแต่ความพอใจของฝ่ายหญิง ถ้าทั้งคู่พอใจ จะเป็นสามีภรรยากันจริงๆ หญิงสาวจะเป็นฝ่ายขอกำไลมือเงินหรือห่วงคอเงินของฝ่ายชายเป็นหลักฐาน ไปบอกแก่ผู้ปกครองว่าได้เป็นสามีภรรยากันจากนั้นพ่อแม่ของฝ่ายชายก็มา ทำการสู่ขอกันตามประเพณี

 

- ความเชื่อทางศาสนา
อีก้อนับถือผีเหมือนชาวเขาเผ่าอื่นๆ ในรอบปีหนึ่งๆ จะมีพิธีกรรมของหมู่บ้านเกี่ยวกับการบูชาผี เลี้ยงผี ไล่ผีตลอดปี เช่นมีพิธี "ยะอุผิ" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเอาใจผีใหญ่ซึ่งปกปัก รักษาหมู่บ้าน พิธี "ชะแหยะ แหยะ เป็นพิธีส่งผีออกนอกหมู่บ้าน ตอนปลายฤดูฝนเพื่อให้ผีร้ายซึ่งแฝงตัวมากับสายฝนออกจากหมู่บ้าน พิธีกรรมเหล่านี้จะมีหัวหน้าพิธีกรรมซึ่งเรียกว่า "หยื่อมะ" เป็นผู้นำในการประกอบพิธี
บุคคลสำคัญในหมู่บ้านอีก้อ มีผู้นำด้านศาสนา กลุ่มอาวุโสของหมู่บ้าน ช่างตีเหล็ก และหมอผี ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่ให้ทั้งคุณและโทษแก่ชาวอีก้อที่สำคัญ ดังนี้ 
- ผีไฟ - ผีฟ้าผ่า - ผีน้ำ
- ผีน้ำตก - ผีดิน - ผีภูเขา - ผีจอมปลวก

- ระบบเศรษฐกิจ
แต่เดิมเศรษฐกิจของชาวอีก้อขึ้นอยู่กับการทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด เป็นพืชหลักใช้ในการบริโภค การเลี้ยงหมู ไก่ เพื่อบริโภคและทำพิธีกรรม ปลูกฝิ่น งา ข้าวฟ่าง และเลี้ยงสัตว์ เช่น ม้า ควาย แพะ แกะ เพื่อขาย
ในปัจจุบันอีก้อส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนระบบการปลูกพืชไร่เป็นอาชีพหลักมาเป็นการปลูกไม้ผลยืนต้นแทน เช่น ไม้ผลเมืองหนาว ชา หรือกาแฟ ซึ่งเป็นการช่วยอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของประเทศ
การปรับปรนในสังคมปัจจุบัน
ความสัมพันธ์ทางสังคม อีก้อจะได้รับอบรมให้มีความเคารพนับถือเชื่อฟังตลอดเวลา จะยินดีรับคนแปลกหน้า ที่ตั้งใจจะมาพักพิง และอยู่ร่วมกัน อีก้อเป็นผู้ระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงเหตุการณ์รุนแรงที่จะทำลายวัฒนธรรมและแบบฉบับของเขา

ปัจจุบันมีองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาควบคุมดูแลคุณภาพชีวิตของอีก้อ จึงทำให้การจัดตั้งกลุ่มในชุมชนอีก้อแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

1. กลุ่มในชุมชนตามประเพณี ได้แก่ กลุ่มผู้อาวุโส และกลุ่มเครือญาติ
- กลุ่มผู้อาวุโส เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการปกครองชุมชน
- กลุ่มเครือญาติ เป็นกลุ่มบุคคลที่สืบสายสกุลเดียวกัน ในหมู่บ้านอีก้อส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยกลุ่มเครือญาติตั้งแต่ 5-10 สกุล ในกลุ่มเครือญาตินี้ ในกลุ่มเครือญาตินี้ จะมีการช่วยเหลือกันทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนบางกลุ่ม กลุ่มเครือญาติจะมีความสำคัญในการบริหารชุมชนของอีก้อด้วย

2. กลุ่มองค์กรที่จัดตั้งขึ้นใหม่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น คณะกรรมการหมู่บ้าน กลุ่มสตรี กลุ่มหนุ่มสาว กลุ่มเกษตรกร กลุ่มยุวเกษตร เป็นต้น


อ้างอิง : http://kanchanapisek.or.th/kp8/culture/chr/chr306.html

 

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 เชียงใหม่

ที่ตั้ง :: บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทร. 053-112485-6 โทรสาร. 053-112491

Website :: http://www.tpso10.org  Email :: tpso10@m-society.go.th  Facebook :: TPSO10 Chiang Mai