สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


Close Panel

ชนเผ่ามลาบรี หรือตองเหลือง

เขียนโดย ธวัช ปาลี
PDFพิมพ์อีเมล

ชนเผ่ามลาบรี หรือผีตองเหลือง

มลาบรี อาศัยอยู่ในเขตอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ในอำเภอเวียงสาและอำเภอ สันติสุข จังหวัดน่าน ประชากรรวม 125 คน (ทำเนียบชุมชนฯ 2540, น.57) มลาบรี หรือ ผีตอง เหลือง ข่าตองเหลือง ม้ากู่( ภาษาม้ง) ชนกลุ่มนี้เรียก ตัวเองว่า คนป่า หรือ มลาบรี ไม่ชอบถูกเรียกว่า ผีตองเหลือง แต่ที่ผู้คนในที่ ราบคุ้นเคยกับคำว่า ผีตองเหลือง อาจเนื่องมาจากคนป่ากลุ่มนี้มักชอบหายตัวไปอย่างว่องไว เมื่อเผชิญกับคนแปลกหน้าจะทิ้งไว้เพียงเพิงพัก ซึ่งมุงด้วย ใบตองกล้วยป่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายวัน จนใบตองเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง  มลาบรีเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มองโกลอยด์ดั้งเดิม เป็นกลุ่มชนเร่ร่อนไม่ตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง เดิมมี ถิ่นฐานอยู่ใน เขตจังหวัด สายะบุรี ประเทศลาว ต่อมาเริ่มอพยพไปอยู่ตามที่ต่างๆ เช่น แถบภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ แถบภูกระดึง จังหวัดเลย และตามดอยสูงในป่าทางภาคเหนือ ของประเทศไทย ปัจจุบัน มลาบรีอาศัย อยู่กระจัดกระจาย ตามหมู่บ้านต่างๆในเขตจังหวัดแพร่และน่าน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่อพยพมาจากจังหวัดสายะบุรีของลาว เข้าสู่ประเทศ ไทยเมื่อราวศตวรรษ ที่แล้ว
(สุรินทร์ 2531, น.32)

การตั้งถิ่นฐาน

มาลบรี จะอพยพตามลักษณะภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ โดยจะอาศัยอยู่ในแต่ละพื้น ที่เป็นเวลา 5-10 วัน แล้วย้ายไปที่อื่นที่มีอาหารเพียงพอรูปแบบ ในการอพยพในลักษณะวนกลับมาที่เดิมในรัศมี ประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร ในแต่ละปีเมื่อถึงฤดูกาลที่ต้องเร่ร่อนเข้าป่าเพื่อตีผึ้ง ต้องอพยพไปทั้งหมู่บ้าน มลาบรี เป็นกลุ่มสังคมล่าสัตว์ (Hunting and Gathering Society) พวกเขาจะสร้างที่พักชั่วคราว มีลักษณะ เป็นเพิง สร้างจากไม้ไผ่ มุงด้วยใบตองกล้วยจึงถูกเรียกชื่อว่าเผ่าตองเหลือง เพราะจะย้ายที่อยู่เมื่อเวลาที่ใบตองเริ่มออกสีเหลือง ขนาดของเพิงจะขึ้นอยู่กับจำนวน สมาชิก แต่ละครอบครัว โดย จะสร้างส่วนท้ายบ้าน เป็นส่วนที่สูง หน้าบ้านจะลาดต่ำเวลานอนมลาบรีจะนอนท่าตะแคงเอาหูแนบพื้น สันนิษฐานว่าใช้ประโยชน์ในการฟังเสียงของสัตว์ และคนเดินหรือ ศัตรู ที่จะเข้ามาในบริเวณที่พัก (สุรินทร์ 2531, น.34)จำนวนสมาชิกที่จะอาศัยอยู่ในบริเวณหนึ่ง ๆ จะมีจำนวน 2-3 ครอบครัวต่อหนึ่งพื้นที่ หรือประมาณ 10-15 คน ชาวมลาบรียึดมั่นในประเพณีของตนโดยจะไม่ยอมรับแบบแผนในการเป็นผู้ผลิตทำการเกษตร เพราะเชื่อว่าผิดผี

ความเป็นอยู่

ชนเผ่านี้ เดิมอยู่ในป่าที่มีภูมิประเทศลักษณะเป็นลำห้วย หรือภูเขาที่มีป่าทึบ(ดงดิบ) เพื่อจะหาอาหารง่าย เพราะในป่าจะมีล้ำต้นเผือกหรือมันตามธรรมชาติ อีกอย่างชนเผ่านี้ อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งจะสร้างเพิงพักชั่วคราวเท่านั้นมักจะสร้างที่พักอยู่ใกล้ๆ ลำห้วย เพื่อไปเอาน้ำสะดวก และมีการใช้ไม้หรือกิ่งไม้ที่หาได้ง่ายมาทำเป็นเพลิงหมาแหงนมีใบตองกล้วยมุงเป็นหลังคา เมื่อยู่ถึง ๔ วัน หรือ ๗ วันใบตองกล้วยกลายเป็นสีเหลือง เขาก็ต้องอพยพไปอยู่ที่อื่นแต่ไปไม่ไกล อาจเป็นเหนือลำห้วยหรือใต้ลำห้วย หรืออาจเป็นเขาอีกลำห้วยหนึ่ง

ภาษาและวัฒนธรรม

ชนเผ่าตองเหลือง มีภาษาของตัวเอง มีวัฒนธรรมและประเพณี เช่นเวลาแต่งงาน (สมรส) ถ้าชายและหญิงพอใจกัน ก็จะไปบอกพ่อแม่ฝ่ายหญิง พ่อแม่ฝ่ายหญิงถามว่า รักกันจริงหรือชายหญิงก็ตอบว่า รักกันจริง จากนั้นก็ไปอยู่ด้วยกันเลยไม่ต้องกินเลี้ยงฉลองแต่งแต่อย่างใด โดยจะอยู่กับพ่อแม่ฝ่ายหญิงก่อน เดือนหรือ ๒ เดือน หรือเป็นปี จากนั้นก็ให้แยกออกไปหากินอิสระได้ ชายหญิงช่วยกันหากิน ส่วนอายุของชายหญิง แต่งงานได้แล้วหรือไม่นั้น ให้ดูที่ขีดความสามารถในการหาอาหารแต่ละคน เวลาใครเสียชีวิตเมื่อรู้แน่ว่าตายแล้ว ก็ให้นำศพไปไว้ในโพรงไม้ แล้วนำก้อนหินไปปิดไว้ ไม่ต้องมาทำพิธี ไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจเอาศพเก็บไว้ข้ามคืน ปัจจุบันชนเผ่าตองเหลือง เริ่มเข้ามารวมกันอยู่เป็นหมู่บ้าน เช่น หมู่บ้านห้วยหยวก หมู่ ๖ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มี ประชากรทั้งหมด ๓๐ ครอบครัว มีจำนวน ๑๕๙ คน ย้ายมาตั้งอยู่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ มีนายศรี หิรัญคีรี เป็นหัวหน้า มีนายแก้ว นายป๋า และนายทอง เป็นกรรมการ สำหรับนายทองและนายป๋า พูดคำเมืองเก่งมาก ทั้งหมดนี้ทางราชการได้ให้สัญชาติไทยแล้ว จึงสามารถเลือกตั้งผู้แทนราษฎร (สมาชิกสภา) ได้เช่นเดียวกับเรา

การศึกษา

ปัจจุบันชนเผ่าตองเหลืองเรียนหนังสือในเวียง จังหวัดน่าน แต่ไม่ค่อยอยู่กับเพื่อนได้เนื่องจากความมีปมด้อยของชนเผ่า คือ มีคนเรียกเขาว่า ผีตองเหลือง เขาจึงรับไม่ได้ อย่างไรก็ตามมีเด็กตองเหลืองเรียนจนถึง ม.๓ ก็มี

ศาสนา

เดิมชนเผ่าตองเหลือง ไม่มีศาสนาเหตุผลคือ อ้างว่าการนับถือศาสนาคือการเสียเวลา

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณหมูหิน.คอม
และจาก  www.lannatalkkhongdee.com

 

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 เชียงใหม่

ที่ตั้ง :: บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50300 โทร. 053-112485-6 โทรสาร. 053-112491

Website :: http://www.tpso10.org  Email :: tpso10@m-society.go.th  Facebook :: TPSO10 Chiang Mai